- New Year’s Resolutions คืออะไร?
- จุดกำเนิดของ New Year’s Resolutions
- ทำไมคน 88% ถึงทำเป้าหมายไม่สำเร็จ
- เราจะเป็นคนในกลุ่มไหน ระหว่าง 8% หรือ 88%
ทุก ๆ สิ้นปี คำว่า “New Year’s Resolutions” มักจะวนกลับมาให้เห็นใน social media หลายคนอาจกำลังจดลิสต์เป้าหมายใหม่ยาวเหยียด แอดเองก็เช่นกัน ปีละ 10 ข้อ
แต่เราเคยสงสัยมั้ยว่า ธรรมเนียม New Year’s Resolution เริ่มมาจากไหน และทำไมเราถึงให้ความสำคัญกับการ “เริ่มต้นใหม่” ในช่วงต้นปี?
New Year’s Resolutions คืออะไร?
จากคำจำกัดความของ Miller (n.d.) ได้อธิบายไว้ว่า:
“New Year’s resolutions involve setting personal goals for self-improvement at the start of the year. People make them to mark a fresh start, reflect on the past, and commit to positive changes like better health or habits.”
ซึ่งสามารถแปลได้ง่าย ๆ ว่า การตั้งเป้าหมายส่วนตัวในช่วงต้นปีเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น คนเราทำสิ่งนี้เพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่ ได้ทบทวนอดีตที่ผ่านมา และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดี เช่น การดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น หรือการปรับปรุงนิสัยต่างๆ
คำว่า “Resolution” ในตัวมันเองมีความหมายว่า “การตัดสินใจที่แน่นอน” (a definite decision) เมื่อรวมกับ “New Year” จึงกลายเป็น…
“การตัดสินใจที่แน่วแน่ว่าจะทำหรือไม่ทำบางสิ่งในปีใหม่” เป็นการเริ่มต้นปีด้วยความมุ่งมั่นนั่นเองงงงงง
จุดกำเนิดของ New Year’s Resolutions

เริ่มมาจากชาวบาบิโลน เมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อน ในเทศกาล “อากิตุ” (Akitu) เป็นช่วงที่ผู้คนจะให้ “สัญญากับเทพเจ้า” ว่าจะทำตัวดีขึ้น เช่น
- การนำสิ่งของที่ยืมมาไปคืนเจ้าของ
- การชำระหนี้สินให้หมด
- การแสดงความจงรักภักดีต่อกษัตริย์
- การตั้งใจทำเกษตรกรรมอย่างเต็มที่
หลังจากการปฏิรูปปฏิทินของ จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) ทำให้มีการกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่อย่างเป็นทางการ
และชื่อของเดือน มกราคม (January) ก็ตั้งตามเทพเจ้าโรมันชื่อ ยานัส (Janus)
เทพยานัสมีลักษณะพิเศษคือเป็น “เทพเจ้าที่มีสองหน้า” (Two-faced God)
- หน้าหนึ่ง มองย้อนกลับไปยังปีที่ผ่านมา (สัญลักษณ์ของ อดีต และการทบทวน)
- อีกหน้า มองไปข้างหน้าสู่อนาคต (สัญลักษณ์ของ การเริ่มต้นใหม่ และความมุ่งมั่น)
จึงทำให้ วันที่ 1 มกราคม กลายเป็นช่วงเวลาสำหรับการทบทวนตัวเองและตั้งเป้าหมายสำหรับการก้าวไปข้างหน้าในวัฒนธรรมตะวันตก และส่งต่อมาถึงเราในปัจจุบัน
แต่…
แม้ว่าในยุคปัจจุบัน New Year’s Resolution จะเปลี่ยนจาก “สัญญากับเทพเจ้า” มาเป็นการมุ่งเน้นที่ Self-improvement (การพัฒนาตนเอง) เช่น การลดน้ำหนัก การออมเงิน หรือการเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ แต่จากสถิติกลับพบว่า :
- งานวิจัยจาก University of Scranton พบว่า มีเพียงประมาณ 8%–9% เท่านั้น ที่สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จตลอดทั้งปี — น้อยมากกกก
- รายงานบางชิ้น เช่น จาก BecomingX ระบุว่า มากถึง 88% ของผู้ตั้ง New Year’s Resolution จะล้มเลิกเป้าหมายก่อนจะถึงสิ้นเดือนมกราคมด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนมกราคม – ยังไม่ทันหมดเดือนเลยยยยย
ทำไมคน 88% ถึงทำเป้าหมายไม่สำเร็จ
ตั้งเป้าหมายที่ใหญ่และคลุมเครือเกินไป (Vague and Ambitious)
สิ่งที่ตั้งมักไม่เฉพาะเจาะจง เช่น “จะลดน้ำหนัก” “จะออกกำลังกายให้มากขึ้น” หรือ “จะเป็นคนที่ดีขึ้น” เป้าหมายที่ใหญ่เกินไปนี้ทำให้ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง วัดผลยังไง ทำให้รู้สึกไม่ดีเมื่อต้องเริ่มทำจริง
พึ่งพา “กำลังใจ” มากเกินไป (Over-relying on Willpower)
คนส่วนใหญ่คิดว่าความตื่นเต้นและแรงจูงใจในช่วงปีใหม่ (Willpower) จะมีอยู่ตลอดไป แต่งานวิจัยชี้ว่า กำลังใจมีจำกัด และจะหมดไปเมื่อเวลาผ่านไป ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครั้งใหญ่โดยไม่สร้าง “ระบบ” มารองรับจึงไม่ยั่งยืน – เอาจริงๆ แอดคิดว่า วินัยสำคัญกว่าทุกสิ่ง
เป้าหมายมาจากแรงจูงใจจากคนข้างนอก (External Motivation)
แอดเชื่อประโยคนึง “Rely on discipline, not motivation” วินัยคือสิ่งที่สำคัญ มากกว่าแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ passion อะไรก็ตาม
ถ้าเราตั้งเป้าเพราะตามเทรนด์ หรือเพราะรู้สึกว่า “ควรจะทำ” (Should) ไม่ใช่เพราะ “ต้องการทำอย่างแท้จริง” (Want to) เมื่อแรงจูงใจไม่ใช่เรื่องที่เราเองให้คุณค่ากับมันอย่างแท้จริง ไม่นานเราก็จะล้มเลิกไปเอง
เราจะเป็นคนในกลุ่มไหน ระหว่าง 8% หรือ 88%
แอดเลยอยากชวนทุกคนมาตั้ง New Year’s Resolutions ไปด้วยกัน – ใครอยากแชร์ พิมพ์ไว้ใน comment ได้เลยนะ ปีหน้าเราจะกลับมาดูกัน ว่าทำสำเร็จกันมั้ย หรือสำเร็จไปกี่เรื่อง และนี่คือ 10 ข้อ ที่แอดตั้งใจจะทำในปี 2026
10 สิ่งที่จะทำให้สำเร็จในปี 2026
- เลือกตัวเองก่อนเสมอ – หากสิ่งนั้นไม่ได้เบียดเบียนใคร และไม่ได้เป็นการทำผิดหรือทำให้ใครเดือดร้อน
- ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 วัน – ภายในปี 2026 วิ่งต่อเนื่องได้ 5 กม.
- เลือกกินของที่มีประโยชน์ หากเป็นไปได้ เลือกกินแต่ของที่ปรุงสุกใหม่เสมอ – ไขมันลดลง น้ำตาลลดลง
- อ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 เล่ม และเขียนบทความลงบนเว็บไซต์
- เขียนบทความลงบนเว็บไซต์ธุรกิจ เป้าหมาย impression 500K ในสิ้นปี – วินัยและความสม่ำเสมอ กับบทความที่น่าสนใจ
- Low buy year – เลิกซื้อของที่ไม่จำเป็น คิดทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ พยายามใช้ของที่มีอยู่แล้วให้คุ้มค่าที่สุด
- ลงทุนในกองทุนอย่างสม่ำเสมอ และมีเงินสำรองฉุกเฉิน 12 เดือนขึ้นไป
- นอนก่อน 22.30 น. เลิกเล่น social media สิ่งที่ทำแล้วไม่เกิดประโยชน์
- Long life learning เรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอตลอดทั้งปี
- ใช้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุด พ่อแม่ หมาแมว แก่ตัวลงทุกวัน ตัวเราก็เช่นกัน
มาตั้งเป้าหมายกันนะทุกคน ไม่ต้องรอปีใหม่ก็ได้ ใครพร้อม ทำได้ตั้งแต่วันนี้เลย เริ่มใหม่ได้ทุกวัน 🙂
Source :
BecomingX. (n.d.). Why 88% of people fail to achieve their New Year’s goals.
https://www.becomingx.com/why-88-of-people-fail-to-achieve-their-new-year-s-goals/
Diamond, D. (2013, January 1). Just 8% of people achieve their New Year’s resolutions — Here’s how they did it. Forbes.
https://www.forbes.com/sites/dandiamond/2013/01/01/just-8-of-people-achieve-their-new-years-resolutions-heres-how-they-did-it/
Miller, G. (n.d.). Why we make New Year’s resolutions and why we should.
Retrieved from https://glennmillermd.com/why-we-make-new-years-resolutions-and-why-we-should/index.html





