Category: Lifestyle

หมวดหมู่นี้เป็นพื้นที่สำหรับเรื่องราวและแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวัน พบกับเนื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่การท่องเที่ยว แฟชั่น สุขภาพ อาหาร ไปจนถึงงานอดิเรก

  • 2 เดือนที่ลด Social Media แล้วได้อะไรกลับมา?

    2 เดือนที่ลด Social Media แล้วได้อะไรกลับมา?

    เมื่อคนอย่างแอด ที่ใช้ social media ในการทำงานทุกวัน ไม่ว่าจะอัพคอนเทนต์ร้าน ธุรกิจส่วนตัว หรือใช้ในการดูเทรนด์ต่างๆ จนทำให้กลายเป็นคน ติด social แบบไม่รู้ตัว

    จากที่ใช้เพื่อการทำงานเท่านั้น กลายเป็นเล่นเพื่อตัวเอง และมันก็เป็นแบบนี้ตลอดมา จนปีนี้ แอดค้นพบว่า

    เพราะอะไร?

    1. เกิดจากการที่แอดเริ่มเปรียบเทียบตัวเอง กับคนอื่น ทำไมคนอื่นได้ใช้ชีวิตแบบนั้น ชีวิตแบบนี้ คนอื่นได้ไปเที่ยว แต่ตัวเราทำไมต้องมาอยู่ต่างจังหวัด
    2. รู้สึกตัวเองไม่มีความสุข ทั้งที่มีทุกอย่างตรงหน้า สิ่งที่มีอยู่รอบตัวเริ่มไม่มีความหมาย

    จนวันที่ทุกอย่างมันเริ่มมีผลต่อความรู้สึก และทุกอย่างในชีวิต แอดจึงตัดสินใจว่า…

    ซึ่งมันลงตัวกับช่วงที่ธุรกิจของแอด หยุดพักประจำปี 2-3 เดือน พอดี ทำให้ไม่ต้องหาเหตุผลในการเล่น social media

    สำคัญตัวเองผิดไป

    ช่วง 2-3 วันแรก หลังจากพยายามลดการเล่น การเข้ามาดู instagram แอดก็คิดนะ ว่า แอดหายไป 2-3 วัน จะมีใครสนใจแอดมั้ยนะ?

    จะมีใครคิดว่าแอดหายไปมั้ยนะ?

    นี่โคตรจะเข้าข้างตัวเองเลย ว่ามันต้องมีคน งงๆ บ้างสิ ว่าแอดหายไปไหนนนนน

    จาก 2-3 วัน กลายเป็น 1-2 อาทิตย์ และสุดท้าย ก็ว่างเปล่า

    สะเทือนใจสุดๆ 555555555

    ตกผลึกได้ 1 ข้อละ กับ

    แล้วถ้าแอดไม่ไป interact กับเพื่อนๆ หรือคนรู้จักละ เค้าจะคิดว่าแอดห่างเหินมั้ย สุดท้ายก็ไม่มีใครสนใจอะไรนี่

    สะเทือนใจรอบที่ 2

    จากคนที่มี screen time วันละ 7-8 ชม. จนลดเหลือ 1 ชม/วัน

    จากที่เคยตั้งคำถาม พยายามมีตัวตน ก็เริ่มเข้าใจว่า

    ลดแล้วเป็นยังไง?

    หลังจากลดการเล่น social media มา 2 เดือน ความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?

    1. จากที่เปรียบเทียบชีวิตตัวเอง (ที่ต่างจังหวัด) กับเพื่อนๆ ที่อยู่ กทม. แอดก็เริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่า จริงๆ ชีวิตแบบแอด อาจจะเป็นชีวิตที่หลายคนอิจฉาก็เป็นไปได้เหมือนกัน
    2. แอดได้อยู่กับครอบครัว ได้ดูแลพ่อแม่ในทุกๆวัน ซึ่งบางคนอาจจะอยู่ไกลบ้านก็ได้
    3. แอดได้กินกับข้าวฝีมือแม่ทุกวัน
    4. ได้เล่นกับน้องหมาแมวทุกวัน
    5. อยู่ต่างจังหวัดก็ดีนะ รถไม่ติดเลย ไม่ต้องรีบตื่นเช้า ขับรถไปทำงาน
    6. ต่างจังหวัดก็ slow life ดี เหมาะกับวัยแบบแอด [วัยแบบไหนนนน]

    และอีกหลายอย่างมากมาย ที่แอดไม่เคยรู้สึกว่า นี่แหละ กำไรชีวิต นี่แหละความสุขรอบตัวของเรา

    จนตอนนี้แอดไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นละน้าา

    “แอดชอบชีวิตของตัวเองตอนนี้ที่สุด ชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันดีที่สุดแล้ว” แอดรู้สึกแบบนี้

    ลดแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง?

    เอาเวลาที่ได้คืนมาจากตรงนั้น มาใช้กับตัวเอง แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง?

    1. มี skill เพิ่มมากขึ้น เอาเวลาไปศึกษาเรื่องการลงทุน ศึกษาเรื่องการเงิน และเรื่องอื่นๆ ที่สนใจ
    2. ได้ ออกกำลังกายในทุกวัน
    3. ได้เข้านอนเร็วขึ้น ตื่นเช้ามาสดใส
    4. ได้อ่านหนังสือที่ดองไว้หลายเล่ม
    5. ได้ทำเรื่องเล็กๆ หลายๆ อย่างที่ผลัดวันประกันพรุ่ง จนครบทุกอย่าง

    หลังจากลดการเล่น social media 2 เดือน สิ่งที่ได้มา คือ ทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงมากขึ้นนะ ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย

    อย่าพยายามใช้ชีวิตเพื่อ social media และ อย่าให้ social media ขับเคลื่อนชีวิตของเรา ถ้าเมื่อไหร่ที่มันกระทบจิตใจ และชีวิตของเรา ก็แค่ “ลด” หรือ “ถอย” ออกมา

    ไม่มีใคร ฮีลใจตัวเราเอง ได้ดีเท่ากับตัวเราเองหรอก

    และ “ไม่มีใคร สนใจเราขนาดนั้น” จงใช้ชีวิต เพื่อตัวเอง มีชีวิตเพื่อตัวเอง และครอบครัวเราจริงๆ

    เอาเวลามาพัฒนาตัวเอง เติบโตแบบเงียบๆ สำเร็จแบบเงียบๆ แต่ถ้าวันไหนสำเร็จแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ อยากจะประกาศให้โลกรู้ ก็ทำได้เลย

    อยากโพสต์อะไรโพสต์ โดยที่ไม่ต้องสนใจ ยอดไลก์ ยอดคอมเม้น วันนั้นแหละ ใจที่ว่างเปล่า คือใจที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น มันจะมีความสุขมากๆ เลย

  • ตามหาความหมายของการมีชีวิต จากหนังสือ Life’s Missing Manual

    ตามหาความหมายของการมีชีวิต จากหนังสือ Life’s Missing Manual

    เราเกิดมาทำไม เราจะใช้ชีวิตแบบไหน เราอยากเป็นคนแบบไหน

    และนี่คือคำถาม ที่ชวนให้คนอ่านได้คิดตาม เมื่อตอนที่อ่านหนังสือ Life’s Missing Manual – คู่มือการใช้ชีวิตที่หายไป จาก พี่ทอย DataRockie

    1. พี่ทอย
    2. หนังสือที่ไม่ใช่หนังสือ
    3. 20 ข้อคิด ก่อนที่ชีวิตจะหายไป
    4. บทสรุป
    5. สั่งหนังสือ

    พี่ทอย

    เรารู้จักพี่ทอยเมื่อเกือบๆ 2 ปีก่อน จากการที่เพื่อนชวนให้สมัครเรียน Data Science Bootcamp และการรู้จักพี่ทอยตั้งแต่วันนั้น ก็ทำให้ชีวิตเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

    คนหนึ่งคน จะใช้เวลาได้คุ้มค่า และทำสิ่งที่มีความหมายได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ? นี่คือสิ่งที่เราสงสัย 555555 แต่พี่ทอยก็ทำให้เห็นและเป็นตัวอย่างให้เราเช่นกัน

    Long live learning คือสิ่งที่เราได้จากพี่ทอย การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด คนเราสามารถเก่งได้หลายทักษะ มี Skill Stack ได้หลายอย่าง ไม่ต้องเป็น Specialist ด้านใดด้านหนึ่ง แต่เก่งแบบกว้างๆ ที่พวกเราชอบเรียกกันว่า เก่งแบบเป็ด เป็น Generalist ที่มีหลายทักษะ

    หนังสือที่ไม่ใช่หนังสือ

    สำหรับ Life’s Missing Manual – คู่มือการใช้ชีวิตที่หายไป อาจจะไม่ใช่หนังสือ หรือ คู่มือบ่งชี้ว่า ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไรซะทีเดียว จะเป็นไลฟ์โค้ช ก็ไม่ใช่เช่นกัน

    57 ข้อคิด ที่ถูกเขียนออกมาให้สั้น กระชับ ผ่านการบอกเล่าในสไตล์พี่ทอย ทำให้อ่านและคิดตามในทุกๆ บท สามารถเปิดอ่านบทใดก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงต่อกัน

    สอดแทรกด้วยปรัชญา สโตอิก ประสบการณ์ หนังสือ Wisdom จากแหล่งที่มาต่างๆ

    และนี่คือข้อคิดที่เราได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้

    ใช้เวลาอยู่กับน้องหมา น้องหมาแก่มากแล้ว

    20 ข้อคิด ก่อนที่ชีวิตจะหายไป

    1. เวลาคือสิ่งที่มีค่าที่สุด อย่าให้ใครขโมยเวลาของเราไป
    2. จงเลือกทำในสิ่งที่มีความหมาย
    3. ทุกๆ การกระทำ จ่ายด้วยเวลาเสมอ
    4. เมื่อได้รับโอกาส ให้รีบลงมือทำทันที
    5. อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ให้ทำตรงข้ามกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ (เช่น ไถ TikTok 555555 พี่ทอยขยี้สุดๆ)
    6. คนเราอยากมีเวลาเพิ่ม แต่เมื่อมีเวลา กลับใช้มันไปกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์เลย (ย้อนกลับไปข้อ 5)
    7. Time Trading เอาเวลาไปแลกบางอย่าง เพื่อทำสิ่งที่มีความหมายกับชีวิต
    8. เรามีเวลาอีกไม่กี่ครั้ง ที่จะได้กินข้าวกับพ่อแม่ ถ้าเรากลับบ้านปีละครั้ง เราจะเหลือเวลาเจอหน้าพ่อแม่ อีกแค่กี่ครั้ง 15 ครั้ง หรือ 10 ครั้ง?
    9. มีแค่ตัวเราเท่านั้น ที่ทำให้เราดีขึ้น – แย่ลง (ก่อนจะโทษตัวเอง ให้โทษคนอื่นก่อน ไม่ใช้แล้วววววว 55555)
    10. ควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมได้ (ตัวเราเองนี่ไง)
    11. อ่านหนังสือแค่วันละ 15 นาที ปีนึงอ่านได้ 91 ชั่วโมง มากกว่าค่าเฉลี่ยคนทั่วไปเยอะแล้ว
    12. ทักษะที่ควรฝึกคือการ เขียน – อ่าน เพราะเราจะได้ คิด ฝึกทุกวัน เก่งขึ้นทุกวัน
    13. จงใช้เวลาในทุกวัน ให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย คนส่วนใหญ่มักตอบว่า อยากกลับไปทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ อยากกลับไปใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ตอนนี้มีโอกาส เรารีบทำมันเลย
    14. วินัยคือสิ่งสำคัญ และเป็นอีกทักษะที่คนเราสามารถฝึกฝนกันได้
    15. สร้างเส้นทางของเราเอง ไม่ใช่เส้นทางที่คนอื่นสร้างให้
    16. อ่านหนังสือที่คนส่วนใหญ่ไม่อ่าน
    17. เปลี่ยนจาก consumer -> creator สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ออกมา
    18. เราควรมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง – สร้างบ้านของตัวเอง ตั้งแต่วันนี้
    19. อิสระที่แท้จริงมาจากการใช้ชีวิตแบบมีข้อจำกัด
    20. เป้าหมายของชีวิต คือการได้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ไม่ใช่ชื่อเสียง เงินทอง หน้าตาทางสังคม คนที่เป็นคู่แข่งสำคัญของเรา ก็คือตัวเราเองในเมื่อวาน
    เขียน post-it แปะไว้ที่คอม

    บทสรุป

    ไม่ว่าจะอ่านหนังสือกี่เล่ม เรียนกี่คอร์ส หรือฟังคนพูดกี่คน ถ้าชีวิตขับเคลื่อนด้วย Motivation วันนึงตื่นมาทุกอย่างอาจจะหายไป แต่ถ้าเราใช้ชีวิต Rely on Discipline เมื่อถึงเวลานั้น ชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

    เราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิต หรือต้องเป็นแบบคนทั่วไปเสมอ อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เลือกทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีแต่ตัวเราเท่านั้น ที่จะควบคุมตัวเองได้ จะพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุด เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด หรือจะปล่อยจอย ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ก็แล้วแต่เราจะเลือกเอง

    สั่งหนังสือ

    เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป ใครที่สนใจ สั่งผ่าน LINE Shopping ได้ที่นี่เลย

    สำนักพิมพ์ของ โค้ชหนุ่ม Money Coach อีกหนึ่งคนที่เปลี่ยนความคิดทางการเงินของเราไปตลอดกาลเช่นกัน ชีวิตปลอดหนี้ เพราะโค้ชหนุ่มเลยนะเนี่ยยยยย