Content
- จุดเริ่มต้น
- ทำไมถึงบอกว่า มันเปลี่ยนชีวิตแอดไปตลอดกาล ?
- คุณมานิต อุดมคุณธรรม
- Easy – Simple – No condition
- หลักการ “Easy – Simple – No condition” นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?
- Mindfulness and Minimalism
- สรุปแนวคิด “Easy Simple No Condition”
- สรุปหนังสือ “สิ่งสำคัญของชีวิต”
- ส่งท้าย
จุดเริ่มต้น
ในปี 2023 แอดไปเจอหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญ บนชั้นวางหนังสือลดราคา เห็นว่าเล่มเล็กน่าจะพกพาสะดวก เอาไว้อ่านระหว่างรออะไรสักอย่าง
แต่หลังจากที่อ่านแล้ว ก็ต้องบอกตัวเองว่า นี่ไม่ใช่แค่หนังสือฆ่าเวลา แต่มันกลายเป็นหนังสือ ที่เปลี่ยนชีวิตแอดไปตลอดกาล และหนังสือเล่มนั้นก็คือ
” สิ่งสำคัญของชีวิต “ The most important things in life โดย นิ้วกลม
ทำไมถึงบอกว่า มันเปลี่ยนชีวิตแอดไปตลอดกาล ?
Easy – Simple – No condition – (Do it now )
3 ข้อคิดนี้ ทำให้แอดเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน ความคิด ความสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิต
จากข้อคิดที่แอดกล่าวมา ไม่ได้บอกให้เราเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วทันใจ แต่เป็นการชวนให้เราหันกลับมาพิจารณาถึงแก่นแท้ของชีวิต และนำหลักการที่แสนจะธรรมดานี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อค้นพบความสุขและความสงบที่แท้จริง
คุณมานิต อุดมคุณธรรม
“สิ่งสำคัญของชีวิต” คือเรื่องราวและปรัชญาของคุณ มานิต อุดมคุณธรรม นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่กลับเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและถ่อมตน ในฐานะผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้าระดับตำนานอย่างโรบินสัน และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใหญ่อย่างโฮมโปร และเจ้าของโครงการสวอนเลค
จากการที่นิ้วกลมได้มีโอกาสสัมภาษณ์และพูดคุยกับคุณมานิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นถึงความสำเร็จที่ไม่ได้มาจากการไขว่คว้าชื่อเสียงหรือความร่ำรวยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีหลักการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนและไม่ซับซ้อน
Easy – Simple – No condition
เป็นเหมือนปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่คุณมานิตยึดมั่น โดยมาจาก
Easy ง่าย
การใช้ชีวิตโดยลดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็นลง คุณมานิตเน้นย้ำถึงการไม่ยึดติดกับเปลือกนอก หรือสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา เช่น การต้องมีภาพลักษณ์ที่หรูหราหรือดูดีตลอดเวลา การทำชีวิตให้ง่ายขึ้นจึงเป็นการหันมาโฟกัสที่ความต้องการพื้นฐานและความจริงแท้ของชีวิต
Simple เรียบง่าย
ความเรียบง่ายในที่นี้คือการใช้ชีวิตแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีพิธีรีตอง หรือการเสแสร้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิเสธเมื่อไม่ต้องการ หรือการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการต้องประดิษฐ์ หรือพยายามเป็นในสิ่งที่ไม่ได้เป็น
No condition ไม่มีเงื่อนไข
หลักการนี้ชวนให้เราทำสิ่งต่างๆ โดยไม่คาดหวังถึงผลลัพธ์หรือรางวัลที่เฉพาะเจาะจง การทำสิ่งต่างๆ ด้วยใจที่มุ่งมั่นและตั้งใจจริง โดยไม่ยึดติดกับผลที่จะตามมา จะช่วยให้เราพบความสุขและความพึงพอใจได้เอง หลักการนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการมีเมตตาและความปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง เหมือนทำดีไม่ได้หวังผลตอบแทน
แนวคิด “Easy – Simple – No condition” จึงเป็นเหมือนกรอบความคิดที่ช่วยให้เรามองชีวิตและจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นที่แรงจูงใจภายในและความเรียบง่ายทั้งในการกระทำและความคาดหวัง
หลักการ “Easy – Simple – No condition” นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?
ความสัมพันธ์ Relationships
แอดนำหลักการ “no condition” มาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงโดยมุ่งเน้นไปที่การให้อย่างจริงใจ โดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน
การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาตามหลักการ “simple” จะช่วยลดความเข้าใจผิด
การปล่อยวางจากความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล และการยอมรับผู้อื่นในสิ่งที่เขาเป็นตามหลักการ “easy” จะนำมาซึ่งความสบายใจและความสุขในความสัมพันธ์ และหนังสือเล่มนี้ ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างอีกด้วย
การทำงาน
ในบริบทของการทำงาน หลักการ “easy” และ “simple” สามารถช่วยให้เราจัดการกับงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่งานที่สำคัญและหลีกเลี่ยงความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น
การทำงานให้ดีที่สุดในทุกสิ่งที่ทำตามหลักการ “no condition” โดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ จะช่วยให้เรามีความสุขและความภาคภูมิใจในงานที่ทำ
การใช้กฎ 20/80 ที่กล่าวถึงในหนังสือ ก็เป็นอีกแนวทางในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นไปที่ 20% ของสิ่งที่ทำที่ส่งผลถึง 80% ของผลลัพธ์
การใช้ชีวิตส่วนตัว
ในชีวิตส่วนตัว หลักการ “Easy – Simple – No condition” สามารถนำมาใช้ในการดูแลตัวเองได้ โดยเน้นไปที่ความต้องการพื้นฐาน เช่น อาหาร อากาศ อารมณ์ และการออกกำลังกาย
การดูแลตัวเองด้วยวิธีที่เรียบง่ายและไม่ยุ่งยากตามหลักการ “Easy” จะช่วยให้เรามีสุขภาพกายและใจที่ดีโดยไม่ต้องรู้สึกกดดันจากตารางการดูแลตัวเองที่ซับซ้อน
การทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจอย่างเต็มที่โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ตามหลักการ “no condition” จะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจที่แท้จริง
Mindfulness and Minimalism
นอกจากนี้ แนวคิด “Easy – Simple – No condition“ ในหนังสือ “สิ่งสำคัญของชีวิต” มีความสอดคล้องกับหลักการและปรัชญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและการปล่อยวาง
ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องสติ (mindfulness) ที่เน้นการอยู่กับปัจจุบันขณะ หรือปรัชญาแบบมินิมอลลิสต์ (minimalism) ที่ให้ความสำคัญกับการลดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต
นอกจากนี้ หลักการ “no condition” ยังมีความคล้ายคลึงกับหลักธรรมในศาสนาพุทธเรื่องการไม่ยึดติด (non-attachment) ซึ่งสอนให้เราปล่อยวางความคาดหวังและความต้องการที่มากเกินไป เพื่อให้จิตใจเป็นอิสระและสงบสุข
การที่แนวคิดในหนังสือเล่มนี้เชื่อมโยงกับหลักการสากลเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในชีวิตจริง
สรุปแนวคิด “Easy Simple No Condition”
| แนวคิด | คำอธิบาย | ความสำคัญในหนังสือ |
|---|---|---|
| Easy (ง่าย) | การทำให้ชีวิตมีความซับซ้อนน้อยลง หลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น | ลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพ โฟกัสสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง |
| Simple (เรียบง่าย) | แนวทางที่ตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่เสแสร้ง | ส่งเสริมความจริงแท้ ความชัดเจนในการสื่อสาร หลีกเลี่ยงความพยายามที่ไม่จำเป็น |
| No Condition (ไม่มีเงื่อนไข) | การกระทำโดยไม่คาดหวังผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง พบความสุขในการทำ | ส่งเสริมแรงจูงใจภายใน ลดความผิดหวัง สนับสนุนการมีสติอยู่กับปัจจุบัน |
สรุปหนังสือ “สิ่งสำคัญของชีวิต”
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือพัฒนาตนเอง แต่เป็นเหมือนคู่มือที่ชวนให้เรากลับมาทบทวนถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
หลักการ “Easy – Simple – No condition” ที่ถูกนำเสนอในหนังสือ เป็นเหมือนแสงสว่างที่นำทางให้เราก้าวไปสู่ชีวิตที่เรียบง่าย สงบสุข และมีความหมายมากยิ่งขึ้น การนำหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราลดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความสุขในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และค้นพบ “สิ่งสำคัญของชีวิต” ในนิยามของเราเอง
ส่งท้าย
จริงๆ ในหนังสือ มีอีกแนวคิดที่สำคัญไม่แพ้กับ “Easy – Simple – No condition” นั่นคือ
“Do it now”
การลงมือทำทันที สำหรับโลกเราตอนนี้ที่เต็มไปด้วยสิ่งรบกวนและความลังเล การผัดวันประกันพรุ่งมักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สามารถเริ่มต้นหรือทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
คุณมานิตชี้ให้เห็นว่า เมื่อเกิดแรงบันดาลใจหรือมีความตั้งใจที่จะทำสิ่งใดก็ตาม ควรรีบลงมือทำทันทีโดยไม่ต้องรอให้พร้อมหรือมีเงื่อนไขมากมาย
การ “Do it now” ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสที่เข้ามา แต่ยังเป็นการสร้างแรงผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง
