หลังจากที่ต้นปี ทำงานทุกวันแทบไม่มีเวลาว่าง จนเมื่อวานมีเวลาว่างสักที ได้นั่งคุยกับแม่ ช่วงเย็นๆ มองต้นไม้ มองท้องฟ้า เราคุยกันไปหลายเรื่อง
จนมาถึงประโยคนึงที่แม่พูดว่า “โชคดีของแม่เนอะ ที่เราเป็นคนไม่ขี้เกียจ ไม่นอนรอโชคชะตา ขยันทำงาน”
ฟังจบมันทำให้เรานึกถึงเรื่อง Average of 5 people เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่ใช้เวลาด้วยมากที่สุด — จะเป็นยังไง เดี๋ยวเล่าให้ฟังหลังจากนี้
ช่วงอายุ 25-34 ปี ค่อนข้างเป็น timeline ที่เราได้ใช้ชีวิตมากๆ ทั้งประสบการณ์ทำงาน การใช้ชีวิต การตัดสินใจเลือก ไม่เลือก บางสิ่ง
ซึ่งมันก็มีทั้งเรื่องที่ดี และ อาจจะดีไม่มาก แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว มันก็ดีเสมอแหละ
มันทำให้เราค้นพบว่า “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง” จะ “ไม่มีใครทำให้เราดีขึ้น หรือแย่ลง นอกจากตัวเรา”
ในช่วงเวลานั้น เราเป็นคน Say Yes กับทุกอย่าง ไม่กล้าเผชิญความจริง รู้ว่าผิดแต่ก็ยังฝืนทำต่อ เลือกที่จะ pleasure คนอื่น ให้ priority คนอื่นมากกว่าตัวเอง หรือแม้กระทั่ง การไม่กล้าพูดในสิ่งที่ควรพูด และ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
หลายอย่างนำพาให้เจอปัญหามากมาย และหลายอย่างก็ทำให้เราค้นพบกับเรื่องราวธรรมดาของคนอื่น แต่มันค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับตัวเรา 5555
หลังจากใช้ชีวิตอย่างเต็มที่มาแล้ว จนถึงวันที่ต้องเรียนรู้จากทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ทำให้เราได้รู้ว่า จริงๆแล้ว “ไม่มีใครทำให้เราดีขึ้น หรือแย่ลง นอกจากตัวเรา” มันคือเรื่องจริง
กลับมาถึงเรื่อง Average of 5 people เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่ใช้เวลาด้วยมากที่สุด
หากลองสังเกตุตัวเราเองในปัจจุบัน อาจพบว่า เรามีความคล้ายกับคนที่เราอยู่ด้วย หรือพูดคุยบ่อย เจอบ่อย ก็เป็นไปได้
แนวคิดนี้มาจาก จิม โรห์น (Jim Rohn) เป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ที่ได้สรุปแนวคิดไว้ว่า “You are the average of the five people you spend the most time with.”
หรือแปลว่า “เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด”
จริงๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะลอกเลียนแบบพฤติกรรมของคนเหล่านั้น แต่มันชี้ให้เห็นถึง อิทธิพล ที่สิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบข้างมีต่อชีวิตเรา ทั้งในด้านที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว จากสิ่งต่างๆ เหล่านี้
การซึมซับโดยไม่รู้ตัว (Subconscious Absorption)
ทัศนคติและมุมมอง
หากรอบตัวเรามีแต่คนคิดบวก หรือมี mindset ที่ดี โดยส่วนใหญ่เราจะเป็นแบบนั้น หรือถ้าเราอยู่กับคนที่อาจจะคิดลบ ชอบด่า ชอบว่าคนอื่น เราอาจจะมีนิสัยแบบนั้นโดยไม่รู้ตัว
เรื่องที่เราคุย
หากเราคุยกับคนที่คอยแชร์เรื่องพัฒนาตัวเอง แชร์เรื่องที่ดี หรือคนที่ชอบวางแผน มีวินัย เราก็อาจจะซึบซับเรื่องเหล่านั้นมาด้วย
พฤติกรรมและการตัดสินใจ (Behavior and Decisions)
หากอยู่กับคนที่ดูแลรักษาสุขภาพ เราอาจจะอยากหันมาออกกำลังกาย หรือคนที่ตั้งใจทำงานหรือทำอะไร เราก็อาจจะเป็นคนที่ตั้งใจทำเรื่องพวกนั้นมากขึ้น
หรือแม้กระทั่ง อยู่กับคนที่อยากพัฒนาตัวเองเสมอ วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน ชีวิตต้องดีขึ้น เราก็จะมีความพยายามที่จะทำอะไรให้ดีขึ้น มากกว่าความรู้สึกว่าพอเพียงแล้วก็ได้
สิ่งที่ชวนคิดต่อ
ใครคือ 5 คนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด?
สำหรับเราคือ พ่อ แม่ เพื่อนสนิท และ แฟน
เราซึมซับพฤติกรรม แนวคิด การใช้ชีวิตมาจาก คนทั้ง 5 คนนี้ ไม่ว่าจะเป็น
- การตั้งใจทำงาน การตัดสินใจ
- การดูแลครอบครัว
- รักสุขภาพ
- การเติบโต พัฒนาตัวเอง
และนั่นอาจทำให้เรากลายเป็นคนชอบทำงาน ขยันทำงาน ไม่ขี้เกียจ
ทุกคนลองดูนะว่าใครคือคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด ลองลิสต์ออกมาดู และพวกเค้ามีอิทธิพลอะไรกับตัวเรามั้ย? หรือเราได้ซึมซับอะไรจากสิ่งแวดล้อมของคนเหล่านั้นมาบ้าง แล้วมาแชร์กันนะคะ

Leave a comment